หลังจากที่รอคอยมานานในที่สุด "ไอโฟน 3 จี" ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการ โดยบริษัททรูมูฟ จำกัด ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ ยึดพื้นที่ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน ลอนช์ไอโฟน 3 จีสู่ตลาด ให้คนจองเข้ามาผ่านเว็บไซต์มารับเครื่องไปสัมผัสครั้งแรก
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัททรู มูฟ จำกัด กล่าวว่า ไอโฟน 3 จี จะทำให้ไลฟ์สไตล์ คอนเวอร์เจนต์เกิดขึ้นจริงๆในเมืองไทย โดยไอโฟน3 จี จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตมากมาย ซึ่งในสหรัฐอเมริกาที่เปิดตัวไอโฟน 3 จี มาแล้วประมาณ 1 ปี พบว่าไอโฟน 3 จี เป็นอุปกรณ์ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตสัดส่วน 1% ของการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั้งหมดในสหรัฐฯ และยังเป็นอุปกรณ์ ที่ทำให้การบริโภคข้อมูล หรือดาต้าเพิ่มขึ้น 30 เท่าตัว
"ผมไม่ได้มองไอโฟน 3 จี เป็นมือถือ แต่เป็นอุปกรณ์ที่รวมเอาอุปกรณ์หลายอย่างเข้าด้วยกัน สามารถเล่นเกม ซื้อของ ดูหุ้น ทั้งยังรองรับการสื่อสารไร้สาย ไวไฟ เอดจ์ จีพีอาร์เอส และ 3 จี โดยในไทยนั้นกำลังเข้าสู่บริการ 3 จี ซึ่งจะช่วยให้การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเกิดแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่อย่างแท้จริง"
ส่วนกรณีที่บริการ 3 จียังไม่พร้อมนั้น แท้จริงแล้วไอโฟน 3 จี รองรับการสื่อสารไร้สายผ่านเครือข่ายไร้สายไวไฟ เอดจ์ และจีพีอาร์เอส ซึ่งในส่วนของเครือข่ายไว-ไฟนั้นทรูมีจุดให้บริการทั้งหมด 16,000 จุดทั่วประเทศ ส่วนโครงข่าย 3 จีนั้นจะทยอยขยายเครือข่ายให้บริการต่อเนื่อง ส่วนตัวเลขยอดจองและยอดขายนั้นคงไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ถ้าดูจากฐานผู้ใช้เก่าที่ใช้ไอโฟน 2 จี มีอยู่ประมาณ 100,000 เครื่อง ทั้งนี้มองว่าไอโฟน 3 จี จะเข้ามาช่วงชิงตลาดในส่วนของสมาร์ทโฟน ที่มีส่วนประมาณ 7-8% ของตลาดมือถือโดยรวม
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้รูปแบบการขายแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ ลูกค้าทั่วไป ที่เปิดขายพร้อมแพ็กเกจ เหมือนในหลายประเทศ โดยมีราคาเริ่มต้น 1,399 บาท และ แพ็กเกจสำหรับลูกค้าทรูมูฟ ที่มีความพร้อมซื้อครั้งเดียว ราคาประมาณ 24,000 บาท โดยจุดขายที่แตกต่างจากเครื่องหิ้ว คือ บริการ หรือแอพพลิเคชัน ที่กลุ่มทรูมูฟพัฒนาขึ้นมา และบริการหลังการขาย นอกจากนี้ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2552 บริษัทมีแผนขายเครื่องไอโฟน 3 จี ที่ไม่มีสัญญาบริการเครือข่ายผูกมัด กับผู้สนใจทั่วไป
แหล่งข่าวจากบริษัทแอปเปิล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าแอปเปิลคาดว่าในงานเปิดตัวไอโฟน 3 จี โดยทรูมูฟนั้นจะมียอดการขายในงานเปิดตัววันแรก 20,000 เครื่อง ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานตัวเลขยอดจองเข้ามาผ่านทางเว็บไซต์กว่า 10,000 เครื่อง
อนึ่งก่อนหน้าที่ทรูมูฟ จะนำไอโฟนเข้ามาทำตลาดในไทยนั้น เกิดปรากฏการณ์ไอโฟน ฟีเวอร์ในหลายประเทศมาแล้ว ทั้งในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ ที่มีคนแห่ไปเข้าคิวซื้อ โดยมือถือไอโฟน 3 จี เริ่มออกมาเขย่าวงการมือถือครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 โดยระยะเวลาเพียง 3 วัน ไอโฟนสร้างสถิติยอดขายกว่า 1 ล้านเครื่องจาก 25 ประเทศ และแอปเปิลคาดว่าภายในปี 2552 นี้ จะมียอดขายไอโฟนประมาณ 10 ล้านเครื่อง จากการทำตลาดกว่า 70 ประเทศทั่วโลก โดยรูปแบบการทำตลาดของไอโฟน ของผู้ผลิตค่ายแอปเปิล คือ ขายเครื่องราคาถูก ไปพร้อมกับแพ็กเกจของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีสัญญาผูกมัดเป็นระยะเวลา 2 ปี
ขณะที่ก่อนหน้าการเปิดตัวของทรูมูฟ มีผู้ชื่นชอบเทคโนโลยี หรือของเล่นใหม่ แห่ไปซื้อเครื่องหิ้วในตลาดมาบุญครอง และศูนย์มือถือ เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าขณะนี้มีมือถือไอโฟนที่จัดอยู่ในกลุ่มสมาร์ทโฟนมากกว่า 100,000 เครื่อง จากตลาดรวมสมาร์ทโฟนทั้งหมด 900,000 เครื่อง
ที่มา http://www.thannews.th.com/detialNews.php?id=T0123933&issue=2393
คำถาม
1.จากคำกล่าวของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัททรู มูฟ จำกัด กล่าวว่า "ผมไม่ได้มองไอโฟน 3 จี เป็นมือถือ" แต่มองว่าอุปกรณืชนิดนี้เป็นอะไร
2.มือถือไอโฟน 3 จี เริ่มออกมาเขย่าวงการมือถือครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 โดยระยะเวลาเพียง 3 วัน ไอโฟนสร้างสถิติยอดขายเท่าไร จากกี่ประเทศ
3.รูปแบบการทำตลาดของไอโฟน ของผู้ผลิตค่ายแอปเปิล คืออะไร
จัดทำโดย นางสาววริศรา ตั้งตระกูล เลขทะเบียน48210437
วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552
CIMB ลั่นวางฐานธุรกิจแบงก์ในไทยผ่าน BT พร้อมใส่เงินเพิ่มทุนเอง 5-6 พันลบ.
ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ ราซัค ประธานบริหาร กลุ่มซีไอเอ็มบี(CIMB)เปิดเผยว่า กลุ่มจะใช้โอกาสที่หลายคนมองว่าช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจโลกเดินหน้าสร้างฐานความมั่นคงทางธุรกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนในประเทศไทยที่ล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการธนาคารไทยธนาคาร(BT) ซึ่งจะมีการเพิ่มทุนอีกราว 5-6 พันล้านบาท ก็จะเห็นความชัดเจนราวสิ้นเดือน มี.ค.นี้
"ตอนนนี้ทุกประเทศจะประสบปัญหาคล้ายๆ กัน เป็นปีที่ยากมากในทุกประเทศ แต่ในไทยเป็นโอกาสที่เราจะสร้างฐานและความเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับสำหรับระยะยาว"ประธานกลุ่ม CIMB กล่าว สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ CIMB ในประเทศไทยผ่าน BT จะเข้าถือหุ้นมากกว่า 90% ที่สำคัญคือจะไม่ถอนหุ้น BT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ แม้อาจจะมีปัญหากฎเกณฑ์เรื่องฟรีโฟลทก็ตาม กลุ่ม CIMB มีจุดประสงค์ที่จะแข่งขันในธุรกิจการเงินกับทุกธนาคารที่มีอยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงธนาคารขนาดกลางและเล็ก ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนผู้บริหารของไทยธนาคารที่ขณะนี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการยังว่างอยู่นั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และคาดว่าจะเลือกผู้บริหารที่เป็นคนไทย และอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อธนาคารไทยธนาคารในอนาคตด้วย "ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น หลังจากนี้อาจจะมีอีก ส่วนชื่อธนาคารใหม่ของไทยธนาคาร อีก 2-3 เดือนจะสรุปแต่ก็จะมีแบรนด์ CIMB และสัญลักษณ์ของกลุ่มอยู่ในชื่อใหม่ด้วยแน่นอน และจะใช้เวลา 1-2 ปีแรกหลังการปรับเปลี่ยนสร้างฐานการเติบโต ประมาณปี ค.ศ.2011-2012 เราจะมุ่งการเติบโต"ประธานบริหารกลุ่ม CIMB กล่าว ประธานบริหาร กลุ่ม CIMB ยังกล่าวอีกว่า ไม่กังวลเรื่องวัฒนธรรมการทำงานระหว่างพนักงานของ 2 ประเทศ เนื่องจากกลุ่มได้ข้ามาทำธุรกิจในไทยมามากกว่า 2 ปีแล้ว ทำให้เข้าใจรูปแบบและสไตล์การทำงานของคนไทย ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดความเลื่อมล้ำในการทำงาน "เรายืนยันว่าใครที่ขยันขันแข็งก็จะได้อยู่ทำงานร่วมกับเราต่อ แต่ใครที่ทำงานน้อยก็ไม่รับประกันว่าจะได้ทำงานต่อหรือไม่ ซึ่งปลายเดือนมีนานี้ก็จะได้รู้กัน" ส่วนบริการธุรกรรมทางการเงินบางอย่างที่ยังไม่ได้นำมาใช้กับธุรกิจในประเทศไทย เช่น ธนาคารอิสลาม (Islamic Banking) หรือแม้แต่เครื่องรับฝากเงินด้วยเหรียญที่เชื่อว่าหากนำมาใช้ในประเทศไทยจะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากนั้น ประธานกลุ่ม ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า จะนำไปศึกษาความเป็นไปได้ ปัจจุบัน กลุ่ม CIMB มีธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา บรูไน และ บาห์เรน จำนวนลูกค้ามากกว่า 10 ล้านราย จากสาขามากกว่า 1 พันสาขา มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 6 พันล้านเหรีญสหรัฐฯ กลุ่ม CIMB ลงทุนในประเทศไทยแล้ว 578 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(20.53 พันล้านบาท) และล่าสุดทางกลุ่มเพิ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ หุ้นของไทยธนาคารจากผู้ถือหุ้นรายย่อยแล้วและจะมีการเปิดเผยในปลายเดือน มี.ค.นี้
คำถาม
1.ธนาคารทหารไทยจะมีการเพิ่มการลงทุนอีกประมาณกี่ล้าน
2.กลุ่ม CIMB มีจุดประสงค์อะไรในการลงทุกลุ่ม
3.กลุ่ม CIMB มีธุรกิจภายในประเทศกี่ประเทศ ได้แก่ประเทศอะไรบ้าง
"ตอนนนี้ทุกประเทศจะประสบปัญหาคล้ายๆ กัน เป็นปีที่ยากมากในทุกประเทศ แต่ในไทยเป็นโอกาสที่เราจะสร้างฐานและความเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับสำหรับระยะยาว"ประธานกลุ่ม CIMB กล่าว สำหรับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ CIMB ในประเทศไทยผ่าน BT จะเข้าถือหุ้นมากกว่า 90% ที่สำคัญคือจะไม่ถอนหุ้น BT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ แม้อาจจะมีปัญหากฎเกณฑ์เรื่องฟรีโฟลทก็ตาม กลุ่ม CIMB มีจุดประสงค์ที่จะแข่งขันในธุรกิจการเงินกับทุกธนาคารที่มีอยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นธนาคารขนาดใหญ่ อย่างธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงธนาคารขนาดกลางและเล็ก ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนผู้บริหารของไทยธนาคารที่ขณะนี้ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการยังว่างอยู่นั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นเดือน มี.ค.นี้ และคาดว่าจะเลือกผู้บริหารที่เป็นคนไทย และอาจจะมีการเปลี่ยนชื่อธนาคารไทยธนาคารในอนาคตด้วย "ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้น หลังจากนี้อาจจะมีอีก ส่วนชื่อธนาคารใหม่ของไทยธนาคาร อีก 2-3 เดือนจะสรุปแต่ก็จะมีแบรนด์ CIMB และสัญลักษณ์ของกลุ่มอยู่ในชื่อใหม่ด้วยแน่นอน และจะใช้เวลา 1-2 ปีแรกหลังการปรับเปลี่ยนสร้างฐานการเติบโต ประมาณปี ค.ศ.2011-2012 เราจะมุ่งการเติบโต"ประธานบริหารกลุ่ม CIMB กล่าว ประธานบริหาร กลุ่ม CIMB ยังกล่าวอีกว่า ไม่กังวลเรื่องวัฒนธรรมการทำงานระหว่างพนักงานของ 2 ประเทศ เนื่องจากกลุ่มได้ข้ามาทำธุรกิจในไทยมามากกว่า 2 ปีแล้ว ทำให้เข้าใจรูปแบบและสไตล์การทำงานของคนไทย ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะเกิดความเลื่อมล้ำในการทำงาน "เรายืนยันว่าใครที่ขยันขันแข็งก็จะได้อยู่ทำงานร่วมกับเราต่อ แต่ใครที่ทำงานน้อยก็ไม่รับประกันว่าจะได้ทำงานต่อหรือไม่ ซึ่งปลายเดือนมีนานี้ก็จะได้รู้กัน" ส่วนบริการธุรกรรมทางการเงินบางอย่างที่ยังไม่ได้นำมาใช้กับธุรกิจในประเทศไทย เช่น ธนาคารอิสลาม (Islamic Banking) หรือแม้แต่เครื่องรับฝากเงินด้วยเหรียญที่เชื่อว่าหากนำมาใช้ในประเทศไทยจะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากนั้น ประธานกลุ่ม ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า จะนำไปศึกษาความเป็นไปได้ ปัจจุบัน กลุ่ม CIMB มีธุรกิจอยู่ใน 9 ประเทศ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไทย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา บรูไน และ บาห์เรน จำนวนลูกค้ามากกว่า 10 ล้านราย จากสาขามากกว่า 1 พันสาขา มีมาร์เก็ตแคปประมาณ 6 พันล้านเหรีญสหรัฐฯ กลุ่ม CIMB ลงทุนในประเทศไทยแล้ว 578 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(20.53 พันล้านบาท) และล่าสุดทางกลุ่มเพิ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ หุ้นของไทยธนาคารจากผู้ถือหุ้นรายย่อยแล้วและจะมีการเปิดเผยในปลายเดือน มี.ค.นี้
คำถาม
1.ธนาคารทหารไทยจะมีการเพิ่มการลงทุนอีกประมาณกี่ล้าน
2.กลุ่ม CIMB มีจุดประสงค์อะไรในการลงทุกลุ่ม
3.กลุ่ม CIMB มีธุรกิจภายในประเทศกี่ประเทศ ได้แก่ประเทศอะไรบ้าง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)